คุณบิดามารดา สุดพรรณนามหาศาล 

                พ่อแม่นั้นมีอุปการคุณแก่เรามากมาย ในทางพระศาสนาท่านบรรยายไว้นานัปการ แม้กวีทั้งหลายก็ได้เขียนบรรยายกันไว้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ปรากฏเป็นคำกลอนและคำประพันธ์ต่างๆ ที่บรรยายถึงคุณของบิดามารดา เพื่อให้ลูกได้ตระหนักมองเห็นความสำคัญและแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อท่าน

                เมื่อว่าโดยย่อ ตามหลักพระศาสนา พ่อแม่นั้นทำหน้าที่สำคัญ คือ

๑.      ท่านห้ามปรามเราไม่ให้ทำความชั่วช้าเสียหาย ป้องกันเราไม่ให้ตกไปในทางที่ต่ำทรามมีอันตราย

๒.     ท่านสั่งสอนแนะนำเราให้ตั้งอยู่ในความดี ชักนำเราให้มุ่งไปในทางที่จะพบความสุขความเจริญ

๓.     ท่านให้เราได้เล่าเรียนศิลปวิทยามีความรู้ที่จะไปประกอบอาชีพการงานเพื่อตั้งตัวให้เป็นหลักฐานต่อไป

๔.     ถึงเวลาถึงวัยที่จะมีครอบครัว ท่านก็เป็นธุระเอาใจใส่จัดแจงช่วยเหลือ โดยรับที่จะทำด้วยความเต็มใจ

๕.     ทรัพย์สมบัติขิงท่าน ก็เป็นของลูกนั้นเอง ท่านจะมอบให้ในเวลาอันสมควรเป็นระยะๆ ไป จนครั้งสุดท้ายที่เรียกว่า มรดก

               ทั้งหมดนี้ เป็นที่รู้กันตามหลักการของพระศาสนา แต่ที่จริงนั้น ท่านเพียงวางไว้ให้เป็นหัวข้อหรือรายการปฏิบัติที่สำคัญๆ เท่านั้น การปฏิบัติปลีกย่อย ยังมีอีกมากมาย รวมความก็คือ พ่อแม่นั้นทำทุกอย่าง เพื่อลูกด้วยความรัก ว่าโดยคุณธรรมก็คือ การกระทำที่ออกมาจาก พรหมวิหาร ๔ ประการนั้นเอง

 

 

ความสุข

 

ความเอ๋ย   ความสุข

ใคร ๆ ทุก   คน,ชอบเจ้า   เฝ้าวิ่งหา

“ แกก็สุข,   ฉันก็สุข.   ทุกเวลา   ”

แต่ดูหน้า   ตาแห้ง   ยังแคลงใจ

 

ถ้าเราเผา   ตัวตัณหา,   ก็น่าสุข,

ถ้ามันเผา   เราก็ “สุก”   หรือเกรียมได้

เขาว่าสุข   สุขเน้อ !   อย่าเห่อไป

มันสุขเย็น   หรือสุกไหม้   ให้แน่เอย ฯ

 
 
ที่มา :
 
       หัวข้อธรรมในคำกลอน
                 คัดเลือก
                   โดย

ผู้ไม่มีวิบากของสังขาร 

 

                        เพิ่งจะเข้าใจได้ตอนนี้เองที่หลวงปู่เคยพูว่า ท่านไม่มีวิบากของสังขาร ฯ

                        เพราะแม้ท่านมีอายุผ่าน ๙๖ ปีล่วงแล้วก็จริง แต่ร่างกายท่านแข็งแรง ว่องไว สะอาด สงบ เยือกเย็น รุ่งเรืองด้วยสติสัมปชัญญะอย่างสมบูรณ์ ไม่หลงลืม เผอเรอใด ๆ ทั้งสิ้น ฯ

                        เมื่อถึงคราวดับสังขาร ก็ดับลงอย่างสงบ ไม่มีร่องรอยในการลำบากขันธ์ ทรมานตน ไม่ให้ผู้อยู่ใกล้ชิดต้องลำบากกายใจในการรักษาพยาบาล ไม่เปลืองหมอ ไม่เปลืองยา ไม่เปลืองเวลาของท่านผู้ใด ฯ

                        ท่ามกลางความสงบเงียบของเวลาตีสี่กว่า ปราศจากผู้คนและยวดยานพาหนะทุกชนิด แม้ต้นไม้ใบหญ้าก็สงบเงียบ อากาศเย็นยะเยียบพร้อมกับมีละอองฝน ลงมาโปรยปรายคล้ายหิมะลง หลวงปู่ผู้วิสุทธิสงฆ์ก็ปลงเสียแล้วซึ่งสังขารธรรม คงทิ้งไว้แต่โดยพระคุณทั้งหลายให้รำลึกถึงและอาลัยอาวรณ์อย่างมิรู้ลืม.


ที่มา : หลวงปู่ฝากไว้
บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา ของ
พระราชวุฒาจาร์ย พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
วัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์
โดย พระราชวรคุณ (สมศักดิ์ ปณฑิโต)